STGT ชูแนวคิด Clean World Clean Gloves ตอกย้ำต้นแบบผู้ผลิตถุงมือยางรักษ์โลก

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม .
13 Jan 2022          36 Views




แม่ทัพหญิง STGT พร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด Clean World Clean Gloves เพื่อตอกย้ำการเป็นต้นแบบองค์กรสีเขียวในอุตสาหกรรมผู้ผลิตถุงมือยางรักษ์โลก รายใหญ่ของโลก


    ท่ามกลางความตื่นตัวของภาคธุรกิจต่างๆ กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทยจำกัด (มหาชนหรือ STGT ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายถุงมือยางธรรมชาติและถุงมือยางไนไตรล์รายใหญ่ของโลก ถือเป็นองค์กรต้นแบบในอุตสาหกรรมการผลิตถุงมือยาง ที่มุ่งเน้นการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) หรือ ESG ล่าสุด "จริญญา จิโรจน์กุลกรรมการผู้จัดการใหญ่ STGT ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายถุงมือยางธรรมชาติและถุงมือยางไนไตรล์รายใหญ่ของโลก ได้เปิดเผยถึงแนวคิด Clean World Clean Gloves (CWCG) เพื่อตอกย้ำการเป็นต้นแบบองค์กรสีเขียวในอุตสาหกรรมการผลิตถุงมือยางเพื่อการพัฒนาโลกอย่างยั่งยืน

เปิดคอนเซ็ปต์ Clean World Clean Gloves ถุงมือรักษ์โลกที่สะอาดต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม


    แม่ทัพหญิง STGT มองว่า การดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน จะต้องขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตไปพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด "Clean World Clean Gloves" ที่ใส่ใจในคุณภาพสินค้า และร่วมดูแลโลก โดยแนวคิด Clean World จะมุ่งเน้นการดำเนินงานและพัฒนาผลิตภัณฑ์พร้อมรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ผ่านการดำเนินการ 3 ส่วน ได้แก่ 1) การสรรหาวัตถุดิบคุณภาพจากแหล่งผลิตหรือคู่ค้าที่มีแนวปฏิบัติด้าน ESG ที่ดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม มีระบบและมาตรฐานการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการอนุรักษ์ป่าไม้และพื้นที่ที่มีคุณค่าด้านการอนุรักษ์สูง (High Conservation Value) อีกทั้งต้องมีมาตรฐานการจัดการด้านความปลอดภัย การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ไม่ขัดต่อกฎหมาย ปฏิบัติตามระเบียบและข้อปฏิบัติมาตรฐานสากลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่น STGT ใช้น้ำยางข้นจาก บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชนที่มีการคัดสรรจากแหล่งยางที่ถูกกฎหมายและมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น 2) การมุ่งเน้นการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยใช้พลังงานหมุนเวียน 100% เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิต มีระบบป้องกันมลพิษอากาศ และระบบการจัดการน้ำและของเสียที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนมุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าให้กับของเสีย หรือวัสดุไม่ใช่แล้วตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular economy 3) การบริหารจัดการโลจิสติกส์ ตั้งแต่การคัดเลือกทำเลที่ตั้งและแหล่งวัตถุดิบ รวมถึงการขนส่งที่ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงในการขนส่งวัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน


    หากจะพูดในแง่ความเป็น Clean Gloves ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงถุงมือที่มีความสะอาดและเป็นมิตรต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ด้วยกระบวนการผลิตที่มุ่งเน้นความสะอาดในทุกๆ ด้าน ไปจนถึงการลดใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการปล่อยของเสียต่างๆ และลดสารเคมีในกระบวนการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราวิจัยและพัฒนาในการลดค่าโปรตีนในผลิตภัณฑ์ถุงมือยางที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ เพื่อให้ได้ถุงมือยางแต่ละชิ้นที่มีความสะอาด ถูกสุขอนามัย และมีประสิทธิภาพในการปกป้องผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นมิตรต่อโลก สามารถย่อยสลายลดปริมาณขยะที่เป็นปัญหาของโลกได้ ดังนั้น จากแนวคิด Clean World Clean Gloves STGT มุ่งหวังว่าจะสร้างมิติใหม่ของผลิตภัณฑ์ถุงมือยาง นอกจากนี้ ผู้บริโภคจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่สะอาด มีคุณภาพในการปกป้องสูงสุด สามารถใช้ได้อย่างมั่นใจแล้ว ผู้บริโภคยังสามารถมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาโลกใบนี้ไปด้วยกัน” จริญญากล่าว


2564 ปีทองและปีแห่งการลงทุน

    ในปี 2564 ถือเป็นปีทองและปีแห่งขยายการลงทุนของ STGT โดยสามารถทำรายได้รวมงวด 9 เดือนของปี 2564 เป็นสถิติสูงสุดใหม่ ที่ 39,265.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 132.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 21,864.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 271.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ราคาขายเฉลี่ยในตลาดโลกผันผวน แต่ถูกชดเชยด้วยปริมาณการขายถุงมือยางที่เพิ่มขึ้น โดย STGT ถือเป็นผู้ผลิตถุงมือยางรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก ด้วยกำลังการผลิตติดตั้ง  สิ้นปี 2564 กว่า 40,000 ล้านชิ้น เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 ที่มีกำลังการผลิตติดตั้งกว่า 32,600 ล้านชิ้น

    การเติบโตในงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 มาจากแผนงานขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตตอบสนองความต้องการใช้สินค้าจากทั่วโลกที่มีอย่างต่อเนื่อง โดย STGT ได้เปิดโรงงานใหม่ตลอดปี 2564 รวม 4 แห่งตามแผน ใช้งบลงทุนรวมทั้งหมดกว่า 11,400 ล้านบาท ได้แก่ โรงงานสุราษฎร์ธานี 2 (SR 2) โรงงานสุราษฎร์ธานี 3 (SR 3) โรงงานอำเภอสะเดา และจังหวัดสงขลา (PS) ตลอดจนโรงงานตรัง 3 (TG 3) ซึ่งกำหนดเดินเครื่องจักรในช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 พร้อมทั้งดำเนินการจัดตั้งบริษัทย่อยในสิงคโปร์ อินโดนีเซียและเวียดนามแล้ว เพื่อขยายธุรกิจและจัดจำหน่ายสินค้า

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังประสบความสำเร็จได้รับได้รับคัดเลือกเข้าคำนวณในดัชนีสำคัญๆ เช่น SET50, FTSE, MSCI เป็นต้น และได้นำหุ้นเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX) รวมถึงได้ดำเนินการตามนโยบายด้าน ESG โดยได้จัดสวัสดิการดูแลด้านการฉีดวัคซีนทางเลือกแก่พนักงานครบ 3 เข็มทุกคน


ปี 2565 รุกขยายธุรกิจต่อเนื่อง

    สำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2565 “จริญญา” แม่ทัพ STGT ยังเดินหน้าขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยวางแผนทยอยเปิดโรงงานใหม่อีกแห่ง ใช้เงินลงทุนรวมประมาณ 10,200 ล้านบาท ได้แก่ โรงงาน ANV จังหวัดสงขลา โรงงาน CP จังหวัดชุมพร และโรงงาน TG4 จังหวัดตรัง ซึ่งจะส่งผลบริษัทฯ ให้มีกำลังการผลิตติดตั้งเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 50,000 ล้านชิ้น  สิ้นปี 2565 พร้อมทั้งวางเป้าหมายในปี 2567 จะต้องมีกำลังการผลิตติดตั้งเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 80,000 ล้านชิ้นต่อปี

    นอกจากนี้ บริษัทฯ มีแผนจัดตั้งบริษัทย่อยในประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อรองรับการจัดจำหน่ายในพื้นที่และเพิ่มยอดขายโดยรวมในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงจากอัตราการใช้ถุงมือยางที่ยังอยู่ในระดับต่ำเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว พร้อมทั้งยังคงมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจภายใต้หลัก ESG เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

แหล่งข้อมูล https://www.bangkokbiznews.com/social/981720