โลกหรี่แสงลง! พิสูจน์แล้วว่าเชื่อมโยงผลจาก Climate Change

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม .
11 Oct 2021          37 Views


นักวิทยาศาสตร์ใช้การวัดแสงของดิน ซึ่งเป็นแสงจางๆ บนส่วนที่มืดของดวงจันทร์เสี้ยว บวกกับการวัดด้วยดาวเทียมเพื่อเรียนรู้ว่าโลกกำลังหรี่แสงอยู่ เหตุผลก็คือมีเมฆที่สว่างน้อยลงเนื่องจากอุณหภูมิที่ร้อนขึ้น (Photo by Yuri Beletsky)


      น้ำในมหาสมุทรที่อุ่นขึ้น เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง หรือ Climate Change มีสาเหตุเชื่อมโยงกับความสว่างของโลกลดลง เป็นผลการศึกษาชิ้นใหม่ ที่นักวิทยาศาสตร์ทำการตรวจวัดการสะท้อนของแสงของโลก (Earthshine)

        นักวิทยาศาสตร์ใช้เวลานับทศวรรษเพื่อตรวจวัดการสะท้อนแสงของโลก (Earthshine) จากการที่โลกสะท้อนแสงไปยังพื้นผิวของดวงจันทร์นั้นมีค่าลดลง สอดคล้องกับการตรวจวัดโดยดาวเทียมที่พบว่าค่าการสะท้อนแสงของโลกลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา

        ค่าการสะท้อนแสงของโลกในปัจจุบันลดลงราว ครึ่งวัตต์ ต่อ ตารางเมตร เมื่อเทียบกับเมื่อ 20 ปีก่อน คิดเป็นการลดลงราว 0.5% ซึ่งโดยปกติแล้วโลกจะสะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์ออกไปราว 30% และยังพบว่าค่าการสะท้อนลงลงอย่างมากในช่วง 3 ปีหลังนี้เอง จากผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร AGU journal Geophysical Research Letters

        Philip Goodeนักวิจัยจาก New Jersey Institute of Technology หัวหน้าทีมวิจัยในการศึกษาได้อ้างอิงข้อมูลที่รวบรวมจาก Big Bear Solar Observatory ในเขต Southern California ระหว่างปี 1998 ถึงปี 2017

        ปัจจัย 2 ประการที่ส่งผลต่อการส่องผ่านของแสงอาทิตย์ลงมาถึงพื้นโลกคือ ความสว่างของดวงอาทิตย์ และการสะท้อนของโลก ในการศึกษานี้ นักวิจัยพบว่าค่าความสว่างของโลก (Earth's albedo) ที่เปลี่ยนแปลงนี้ไม่สอดคล้องกับช่วงเวลาการเปลี่ยนแปลงความสว่างของดวงอาทิตย์ 

        ซึ่งหมายความว่า การเปลี่ยนแปลงค่าการสะท้อนแสงของโลกเกิดจากอะไรบางอย่างของโลกเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก ความสว่างและการสะท้อนของชั้นเมฆลดลงในช่วงไม่กี่ปีหลังมานี้ จากการตรวจวัดด้วยดาวเทียมของ NASA ในโครงการ Clouds and the Earth's Radiant Energy System (CERES) project

        ที่บริเวณเดียวกันจากฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนือและใต้ ซึ่งเป็นบริเวณที่อุณหภูมิผิวน้ำของทะเลเพิ่มสูงขึ้น ได้รับการบันทึกเพื่อศึกษาการผกผันของสภาพภูมิอากาศ (reversal of a climatic condition) หรือเรียกว่าปรากฏการณ์ Pacific Decadal Oscillation ซึ่งคาดว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

        โลกที่หรี่แสงลง หรืออีกนัยหนึ่งคือ สิ่งที่ทำให้เห็นถึงปริมาณการดูดซับพลังงานจากดวงอาทิตย์จากระบบภูมิอากาศของโลก และเมื่อการดูดซับพลังงานที่เพิ่มมากขึ้นนี้ ถึงจุดที่มีนัยสำคัญ ก็จะมีอิทธิพลต่อบรรยากาศและมหาสมุทรของโลก และอาจจะส่งผลต่อภาวะโลกร้อนเพิ่มขึ้นอีก ด้วยการดูดซับพลังงานจากดวงอาทิตย์เพิ่มเติมขึ้น และยังสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในช่วงสองทศวรรษหลังนี้อีกด้วย

        Edward Schwieterman นักดาราศาสตร์ แห่ง University of California at Riverside ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการศึกษานี้ ได้ให้ความเห็นเพิ่มเเติมว่า "It's actually quite concerning," เพราะโดยปกตินักวิทยาศาสตร์ได้ตั้งความหวังว่า โลกที่ร้อนขึ้นจะมีชั้นเมฆปกคลุมมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสะท้อนทำให้โลกมีค่าความสว่างเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยปรับสมดุลและลดภาวะโลกร้อนลงได้บ้าง แต่การศึกษานี้แสดงผลของความจริงที่ตรงข้าม

Earthshine เฉลี่ยรายปี albedo 1998–2017 แสดงเป็นวัตต์ต่อตารางเมตร (W/m2) CERES ประจำปี albedo 2001–2019 แสดงเป็นสีน้ำเงิน เส้นที่พอดีกับข้อมูล CERES (2001–2019) ที่สุดจะแสดงด้วยเส้นประสีน้ำเงิน แถบค่าคลาดเคลื่อนเฉลี่ยสำหรับการวัด CERES อยู่ที่ 0.2 W/m2 รูปภาพผ่าน Goode et al. (2021)/ จดหมายวิจัยธรณีฟิสิกส์.

ข้อมูลอ้างอิง : https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9640000100573