คนนอร์เวย์ เปลี่ยนไปใช้รถยนต์อีวีมากกว่าครึ่ง

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม .
04 Aug 2021          16936 Views


        

        ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลกวิถีใหม่ที่ใส่ใจต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าการใช้รถยนต์สันดาปเป็นระบบไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ ปัจจุบันหลายประเทศที่ขับเคลื่อนมาหลายปี ยกตัวอย่างประเทศนอร์เวย์ ทำไม! ถึงมีอัตราการใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 50%

        กฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งประเทศไทย บอกว่าจุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่นโยบายของภาครัฐ ทางรัฐบาลนอร์เวย์เขาให้การสนับสนุนโดยการงดเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มจากการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า แถมยังมีสถานีชาร์จพลังงานให้บริการฟรี นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้คนเปลี่ยนไปเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น

        ทางการนอร์เวย์สนับสนุนผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขนาดนี้ นั่นเพราะเขาคำนึงถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ของรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน ซึ่งประเทศของเรายังไม่มีข้อสนับสนุนดังกล่าว ผู้ใช้รถส่วนใหญ่จึงยังเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าน้อย

        อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น เช่น กฟผ. ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายไฟฟ้ารายใหญ่ของประเทศไทย ที่มีการสร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้ารองรับหลายสถานี มีโครงการร่วมทำงานกับหลายภาคส่วน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้า รวมถึง กฟผ. กำลังนำเทคโนโลยีการสลับเปลี่ยนแบตเตอร์รี่มาใช้ ซึ่งเป็นวิธีให้ความสะดวกกับรถจักรยานยนต์ ส่วนการเปลี่ยนแบตเตอร์รี่รถยนต์นั้นคงยาก และไม่เป็นที่นิยม เพราะรถยนต์ 1 คัน ต้องใช้แบตเตอร์รี่หลายก้อน

        หากว่าบ้านเราต้องการให้คนเปลี่ยนไปใช้รถยนต์อีวีเพิ่มขึ้น จำเป็นจะต้องมีการสนับสนุนผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าด้วยการเพิ่มสถานีชาร์จพลังงาน เพื่อลดความกังวลว่าแบตเตอร์รี่จะหมดก่อนถึงที่หมาย และในขณะนี้ กฟผ. มีการพัฒนา Application ที่ชื่อว่า Elexa เป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ในการค้นหาสถานีชาร์จพลังงาน และสามารถกดจองผ่าน Application ได้

        “เพราะปัจจัยที่ทำให้คนหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามีอยู่ 2 เรื่องหลักคือ ข้อแรกระยะทางวิ่ง หรือแบตเตอรี่ที่มีความจุมากเพียงพอ อีกสิ่งหนึ่งคือ โครงสร้างพื้นฐานของประเทศรองรับ เช่นการหาที่ชาร์จไฟสะดวก เข้าถึงได้ง่าย หรือชาร์จที่บ้านได้โดยไฟฟ้าไม่ตกหรือดับ เมื่อทั้งสองอย่างนี้มีความพร้อม ผู้บริโภคจะหันมาใช้งานรถไฟฟ้ากันมากขึ้น”


แหล่งที่มา : https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9640000076068