ขยะพลาสติกในมหาสมุทรสู่ไมโครพลาสติกสะสมในสัตว์ทะเล

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
19 Jul 2021          50 Views



          นอกจากท้องทะเลและมหาสมุทรต้องแบกรับขยะพลาสติกเฉลี่ยปีละประมาณ 12 ล้านตัน จนกลายเป็นภัยคุกคามชีวิตสัตว์ทะเลหลายชนิด ตามที่องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ระบุว่า มีสิ่งมีชีวิตในทะเลกว่า แสนสายพันธุ์ ต้องจบชีวิตลงเพราะเข้าใจผิดคิดว่าขยะพลาสติกเป็นอาหาร ผู้ซึ่งติดตามข่าวความเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม ย่อมทราบดีว่าเมื่อมีรายงานข่าวว่าพบซากสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นแล้วนำไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตาย แทบทั้งหมดพบพลาสติกอยู่ในทางเดินอาหาร แต่ขยะพลาสติกไม่ได้เป็นเพียงภัยคุกคามระบบนิเวศของท้องทะเลที่มองเห็นได้เท่านั้น สารพัดพลาสติกที่ถูกพัดไปตามกระแสน้ำ จะสลายกลายเป็นไมโครพลาสติกขนาดต่างๆ ตั้งแต่ 5 มิลลิเมตรไปจนถึง 1 นาโนเมตร ซึ่งมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ยังสามารถปนเปื้อนอยู่ในห่วงโซ่อาหารของสัตว์ทะเลกลายเป็นภัยคุกคามระบบนิเวศได้อีกทางหนึ่งด้วย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา


          มีงานวิจัยที่ยืนยันถึงความร้ายกาจของพลาสติกชนิดนี้ออกมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ย้อนกลับไปเมื่อเดือนเมษายน ปี 2561 วารสาร Trends in Ecology and Evolutionได้ตีพิมพ์งานวิจัยสัตว์ทะเลหายากอย่าง วาฬ ฉลามวาฬ กระเบนราหู กระเบนปีศาจ ทั่วโลกกำลังถูกไมโครพลาสติกคุกคามอย่างหนักเพราะสัตว์กลุ่มนี้ กินแพลงตอนหรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ล่องลอยอยู่ในทะเลโดยการกรองอาหารจากน้ำทะเลผ่านอวัยวะพิเศษที่เรียกว่า “บาลีน” ซึ่งเป็นซี่กรองเล็กเรียงกันคล้ายหวี แต่ละวันสัตว์ทะเลกลุ่มนี้ต้องกรองน้ำทะเลหลายพันลูกบาศก์เมตรเข้าสู่ระบบย่อยอาหาร ทำให้มีโอกาสรับไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายไปด้วย ในอนาคตสัตว์กลุ่มนี้อาจได้รับผลกระทบจากไมโครพลาสติก งานวิจัยนี้ได้ระบุอีกด้วยว่าจะส่งผลต่อระบบการขยายพันธุ์ รบกวนการเจริญเติบโต การสืบพันธุ์ และอาจทำให้ประชากรสัตว์ทะเลกลุ่มนี้ซึ่งบางชนิดอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ ตกอยู่ในวิกฤตยิ่งขึ้นไปอีก งานวิจัยชิ้นนี้ระบุอีกว่า จากการศึกษาฉลามวาฬในอ่าวแคลิฟอร์เนียของเม็กซิโกพบว่าฉลามวาฬซึ่งมีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์กลืนไมโครพลาสติกเข้าไป 171 ชิ้นทุกวัน ในขณะที่วาฬฟิน (Fin whale) ในทะเลแถบเมดิเตอร์เรเนียนซึ่งมีขยะพลาสติกจำนวนมาก อาจกลืนกินไมโครพลาสติกเข้าไปวันละหลายพันชิ้น สารพิษที่สะสมอยู่ในไมโครพลาสติกส่งผลกระทบต่อกระบวนการทางชีวภาพ และส่งผลเสียต่อการสืบพันธุ์ของกลุ่มสัตว์ที่ขยายพันธุ์ได้ช้าและสัตว์ทะเลหายากซึ่งมีอัตราการออกลูกต่ำอยู่แล้ว


          กรกฎาคมปี 2562 รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาเปิดเผยถึงงานวิจัยด้านไมโครพลาสติกในมหาสมุทรว่าจากการเก็บตัวอย่างสัตว์ทะเลขนาดเล็ก อย่าง หอยนางรม หอยฝาเดียว รวมถึงเพรียงจากทะเลบริเวณต่างๆ มาศึกษา พบว่าตัวอย่างสัตว์กลุ่มนี้มากกว่า 90% มีการปนเปื้อนของไมโครพลาสติก รวมถึงพบว่า สัตว์ทะเลเล็กๆ ที่กินไมโครพลาสติกเข้าไป เช่น โคพีพอด (Copepod) หรือสัตว์ในกลุ่มกุ้งขนาดเล็กมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เพราะไมโครพลาสติกที่เข้าไปร่างกายจะทำให้การสืบพันธุ์ และการเจริญเติบโตหยุดชะงัก ขณะเดียวกันก็พบด้วยว่าสิ่งมีชีวิตที่สำคัญต่อระบบนิเวศของทะเลอย่าง ปะการังก็เริ่มมีไมโครพลาสติกปนเปื้อนเช่นกัน การค้นพบดังกล่าว สอดคล้องกับรายงานการวิจัยของนักชีววิทยาแนวปะการัง มหาวิทยาลัยบอสตัน ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the Royal Society B: Biological Sciences ที่ได้สำรวจปะการังแถบชายฝั่งโรดไอแลนด์ สหรัฐอเมริกา ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน โดยงานวิจัยชิ้นนี้ได้พบว่า ปะการังเลือกกินไมโครพลาสติกมากกว่าอาหารตามธรรมชาติ และเมื่อผ่านไป 48 ชั่วโมงหลังจากกินไมโครพลาสติกเข้าไป ปะการังก็คายไมโครพลาสติกออกมา แต่แบคทีเรีย E. coli ซึ่งเกาะอยู่บนไมโครพลาสติกจะยังคงตกค้างอยู่ในโพรงอาหารของปะการัง และปะการังที่กินไมโครพลาสติกปนเปื้อนแบคทีเรียจะตายภายในสองสัปดาห์หลังจากนั้น สิ่งที่พบจากงานวิจัยได้สร้างข้อกังวลด้านผลกระทบต่อระบบนิเวศในท้องทะเลและมหาสมุทรทั่วโลกในระยะยาวซึ่งปกติก็ต้องแบกรับวิกฤตจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและปัญหามลพิษจากขยะอยู่แล้ว ไมโครพลาสติกจึงเป็นปัญหาที่ต้องติดตามกันต่อไปอย่างต่อเนื่อง


แหล่งอ้างอิง
Germanov et al. (2018). Microplastics: No Small Problem for Filter-Feeding Megafauna. Trends in Ecology and Evolution. Volume 33, Issue 4, p227–232, April 2018 https://doi.org/10.1016/j.tree.2018.01.005