พลังงานลมเป็นพลังงานสะอาดและไม่มีวันหมด ไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก และไม่ปล่อยสารก่อมลพิษต่างๆ

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม .
24 Jan 2023          13 Views



                     ลมที่พัดแรงอาจสร้างความเสียหายให้แก่สิ่งก่อสร้างต่างๆ พังเสียหายหรือปลิวตามลมไปได้ แต่ขณะเดียวกัน แรงลมก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มหาศาลในรูปแบบของ “พลังงานลม”
พลังงานลม (Wind Energy) เป็นพลังงานสะอาดตามธรรมชาติ เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิ ความกดอากาศ และแรงจากการหมุนของโลก ทำให้เกิดความเร็วลมและกำลังลม ซึ่งจัดอยู่ในรูปแบบพลังงานจลน์ มนุษย์รู้จักนำพลังงานลมมาใช้ โดยเปลี่ยนจากพลังงานจลน์ของลมให้กลายเป็นพลังงานกลด้วย “กังหันลม (wind turbine)” ที่นำมาใช้ประโยชน์ได้หลายรูปแบบ อาทิ บดเมล็ดพืช สูบน้ำ หรือใช้ผลิตไฟฟ้า
                    ถึงแม้รูปลักษณ์ภายนอกของกังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้า (Wind Turbine for Electric) จะดูเรียบง่าย และมีน้ำหนักเบา แต่เบื้องหลังนั้นมีชุดอุปกรณ์ต่างๆมากมาย อาทิ ชุดห้องเครื่องกังหันลม ที่มีทั้งระบบเกียร์ ระบบเบรก ระบบส่งกำลัง เครื่องกำเนิดไฟฟ้าและอุปกรณ์ส่วนควบคุมต่างๆ ชุดแกนหมุนและใบพัด ที่ออกแบบให้สกัดแรงลมได้ดี และทนทานต่อแรงลม อีกทั้งยังต้องมีน้ำหนักเบาและมีต้นทุนไม่สูงมาก เป็นต้น
                    การใช้พลังงานลมเพื่อผลิตไฟฟ้ามีข้อดีหลายประการ อาทิ พลังงานลมเป็นพลังงานสะอาดและไม่มีวันหมด ไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกและไม่ปล่อยสารก่อมลพิษต่างๆ อีกทั้งสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ใช้เวลาในการติดตั้งเพียงไม่กี่สัปดาห์ รวมถึงมีความคุ้มทุนในการลงทุน ซึ่งในจำนวนเงินต้นทุนเท่ากัน การผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานลมจะผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ถึง 2.3 เท่า และมีศักยภาพในการใช้งานสูงถึง 98% นั้นคือ ใช้ระยะเวลาในการซ่อมแซมเพียง 2% จากการใช้งานเท่านั้น
                   แต่การผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานลมก็ยังมีข้อจำกัดและข้อเสียอยู่ อาทิ อาจส่งผลเสียต่อทัศนียภาพและการมองเห็นได้ เนื่องจากต้องใช้กังหันขนาดใหญ่ จนอาจบดบังพื้นที่ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดมลภาวะทางเสียงจากการทำงานของใบพัดขนาดใหญ่ และเกิดการรบกวนคลื่นวิทยุและโทรทัศน์ภายในรัศมี 1 – 2 กิโลเมตร จากใบพัดที่ทำจากโลหะ และส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอาจทำให้สิ่งมีชีวิตใกล้เคียงอพยพไปที่อื่น แต่ก็ไม่ได้มีผลกระทบมากไปกว่าพลังงานทดแทนประเภทอื่นๆ รวมถึงพลังงานลมยากที่จะควบคุมความสม่ำเสมอได้
                  และด้วยข้อดีมากมาย จึงทำให้กว่า 50 ประเทศทั่วโลก มีการติดตั้งฟาร์มกังหันลม ทำให้ช่วงหลายปีที่ผ่านมาฟาร์มกังหันลมมีอัตราขยายตัวค่อนข้างสูงและมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากหลายประเทศเริ่มมีข้อจำกัดด้านการขยายพื้นที่ทำฟาร์มโซลาร์เซลล์ และต้นทุนในการติดตั้งฟาร์มกังหันลมก็เริ่มลดลงด้วย
                 สำหรับประเทศไทย การผลิตไฟฟ้าพลังงานลมมีข้อจำกัดหลัก 3 ปัจจัย ได้แก่ ศักยภาพของความเร็วลมในประเทศ ปัญหาที่ดินที่ใช้เป็นสถานที่ติดตั้งกังหันลม และอีกหนึ่งข้อจำกัดที่สำคัญ คือ ประเทศไทยยังไม่สามารถผลิตอุปกรณ์กังหันลมแบบครบชุดได้เอง ต้องนำเข้าบางส่วนจากต่างประเทศ ทำให้การผลิตไฟฟ้าพลังงานลมของ กฟผ. ในปัจจุบันมีกำลังผลิตไฟฟ้ารวมประมาณ 26 เมกะวัตต์ จาก 2 แห่ง ได้แก่ กังหันลมแหลมพรหมเทพ จ. ภูเก็ต และกังหันลมลำตะคอง จ. นครราชสีมา นอกจากนี้ ยังมีโครงการโรงไฟฟ้ากังหันลมลำตะคองระยะที่ 2 ที่ใช้เทคโนโลยีกังหันลมแบบ Wind Hydrogen Hybrid System ที่ทำงานควบคู่กับการใช้เซลล์เชื้อเพลิง ที่ถือเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ซึ่งช่วยให้กักเก็บไฟฟ้า และจ่ายไฟฟ้าอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น
                อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงต้องมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับพลังงานลม ได้แก่ อุตสาหกรรมติดตั้งและซ่อมบำรุง อุตสาหกรรมเสากังหันลม และอุตสาหกรรมใบพัดกังหันลม ซึ่งสองอุตสาหกรรมแรกในประเทศไทยมีผู้ประกอบการได้เริ่มดำเนินการอย่างมีศักยภาพบ้างแล้ว จึงต้องสนับสนุนให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถพึ่งพาตัวเองในการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมได้อย่างยั่งยืน

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากคุณยังคงใช้ไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขและนโยบายความเป็นส่วนตัว.

ยอมรับ รายละเอียด