แค่เลิกสูบ...ก็ช่วยโลกได้

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม .
21 Jun 2022          18 Views


      


        ในอดีต ยาสูบไม่ได้แพร่หลายโดยทั่วไป ผู้คนใช้ยาสูบเป็นยารักษาโรคและประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชาวตะวันตกโบราณ ต่อมาได้แพร่หลายในผู้ที่นิยมสูบเพื่อความเก๋ไก๋และแสดงถึงฐานะทางสังคม แต่ทว่า ปัจจุบัน ยาสูบได้พัฒนาขึ้นจนกลายเป็นบุหรี่ ที่ไม่ว่าใครก็สามารถหาซื้อมาสูบได้ ทำให้มีนักสูบทั่วโลกกว่า 13,000 ล้านคน ซึ่งวัตถุประสงค์ของการสูบได้เปลี่ยนไปจากเดิม กลายเป็นการสูบเพื่อความบันเทิง และคลายเครียด

                    และอย่างที่เราทราบกันดีว่า ควันบุหรี่นั้น ไม่ดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะควันบุหรี่มือที่เท่าไหร่ก็ตาม แต่คุณรู้หรือไม่ว่า นอกจากควันบุหรี่ที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ตัวบุหรี่ยังมีอีกหลายอย่างที่ทำลายสุขภาพและสิ่งแวดล้อม จนเรียกได้ว่า บุหรี่ เป็นมลพิษ ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งใด

                    อย่างการผลิตบุหรี่ เริ่มตั้งแต่การปลูกต้นยาสูบที่มักใช้สารเคมีอย่างเข้มข้น ซึ่งสารพิษจะปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม รวมถึงยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยมีข้อมูลเผยว่า พบอะลูมิเนียมและสารหนูในเลือดสูงขึ้นจากการสัมผัสกับยากำจัดศัตรูพืช มีความเสี่ยงที่จะเกิดความพิการแต่กำเนิด เนื้องอก ความผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือด ระบบประสาท และต่อมไร้ท่อ ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีข้อมูลพบว่า ในแรงงานเด็กจะมีความเสี่ยงพิเศษต่อโรคไตเรื้อรัง ระยะที่ 1 ด้วยการสัมผัสกับสารนิโคตินในใบยาสูบ

                   นอกจากนั้น ยังมีข้อมูลระบุว่า การผลิตบุหรี่ตั้งแต่ต้นจนจบทำให้เกิดการตัดไม้แผ้วถางป่าทั่วโลกถึง 1.25 ล้านไร่ต่อปี เพื่อเป็นพื้นที่เพาะปลูกต้นยาสูบและบ่มใบยาสูบ รวมถึงปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เกือบ 84 ล้านเมตริกตันต่อปี ซึ่งควันบุหรี่มีส่วนทำให้ระดับมลพิษทางอากาศสูงขึ้น โดยมีผลวิจัยเผยว่า การสูบบุหรี่มีส่วนทำให้ค่าฝุ่น PM 2.5 เพิ่มสูงขึ้นเกินค่ามาตรฐานถึง 27 เท่า และยังทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกด้วย ซึ่งจากจำนวนนักสูบทั่วโลก สามารถคำนวณค่าการสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 2.6 ล้านตันต่อปี และสร้างก๊าซมีเทนอีก 5.2 ล้านตันต่อปี

                   ไม่เพียงเท่านี้ วงจรบุหรี่ตั้งแต่การปลูก การผลิต การกระจายผลิตภัณฑ์ การใช้ และการกำจัด ต้องใช้น้ำประมาณ 3.7 ลิตรต่อม้วน ดังนั้น หากนักสูบทั่วไปเลิกสูบบุหรี่จะประหยัดน้ำได้มากถึง 74 ลิตรต่อวัน และสิ่งสำคัญ ขยะที่เหลือจากการสูบบุหรี่ อย่าง ก้นบุหรี่ ที่นักสูบมักจะทิ้งโดยที่ไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่ทว่า ขยะชิ้นเล็กนี้กลับสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมใหญ่หลวงและยาวนานอีกด้วย

                  โลกใบนี้ มีก้นบุหรี่ถูกทิ้งกว่า 4.5 ล้านล้านชิ้นต่อปี โดยประเทศไทยพบขยะก้นบุหรี่สูงถึง 2.5 พันล้านชิ้นต่อปี ซึ่งมันถูกพบตามสถานที่ต่างๆ อย่างบนทางเท้า และชายหาด ซึ่งขยะก้นบุหรี่ประกอบด้วย กระดาษที่ใช้ม้วน ไส้กรองที่ทำจากใยสังเคราะห์เซลลูโลสอะซิเตท ซึ่งเป็นพลาสติกที่ใช้เวลาย่อยสลายนานถึง 10 – 15 ปี และเศษยาสูบที่ติดกับก้นบุหรี่ ซึ่งประกอบด้วยสารเคมีที่เป็นพิษต่างๆ เช่น ท็อกซิน นิโคติน สารหนู ยาฆ่าแมลง สารก่อมะเร็งกว่า 60 ชนิด รวมถึงสารเอทิลฟีนอล (Ethyl phenol) ที่ทำให้แหล่งน้ำต่างๆ เป็นพิษได้ อีกทั้งสารโพลีอะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน (PAHs) ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ โดยสารนี้จะยึดเกาะอยู่ในดิน ทำให้เกิดการปนเปื้อนและสะสมสารพิษในห่วงโซ่อาหาร

                  อย่างไรก็ตาม บุหรี่ยังคงมีการผลิตขึ้นเป็นจำนวนมากทั่วโลก เพราะอุตสาหกรรมยาสูบมักโฆษณาว่า กระบวนการผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่แท้จริงแล้ว มันเป็นเพียงแค่การฟอกเขียว เพราะทุกขั้นตอนล้วนทำลายสิ่งแวดล้อม ดังนั้น เราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดผลกระทบเหล่านี้ได้ โดยการลด ละ เลิก บุหรี่ หันมาทำกิจกรรมนันทนาการอื่นๆ เพื่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากคุณยังคงใช้ไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขและนโยบายความเป็นส่วนตัว.

ยอมรับ รายละเอียด